ห้องสานฝัน
ห้องสานฝัน
ยินดีต้อนรับทุกๆคน
ทั้งสมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ หรือผู้มาเยือนเป็นครั้งเเรก
เวบนี้เป็นเวบเกี่ยวกับการ์ตูน เกม ฯลฯ สามารถมาโพสต์ขอ
เรื่องต่างๆ ได้ ทั้งยังมี Chatbox ไว้พูดคุยกันในเวบอีกด้ย
เวบของเราไม่มีวันหยุดครับ
จะหาข่าวสารต่างมาอัพเดตทุกๆวัน

มาสมัครสมาชิกนะครับ
สมาชิกจะมีสิทธิพิเศษมากกว่าผู้มาเยือนดังนี้
-สามารถดาวน์โหลดโปรเเกรเเละเกมต่างๆในเวบนี้ได้
-สามารถโพสต์ขอโปรเเกรมหรืออะไรที่ต้องการได้
-จะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ
-สามารถขออะไรก็ได้กับ admin ถ้าไม่ยากเกินไป
มาสมัครสมาชิกกันนะครับ กดข้างล่างนี้

...ฝัน...

วง cover ของ admin ครับ ฝากไลค์เพจด้วยนะครับตามที่อยู่ข้างล่าง ฝากติดตามด้วยนะครับ


You are not connected. Please login or register

ลึกไม่ลับกับ "คริสต์มาส

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Admin


Admin
Admin
ลึกไม่ลับกับ "คริสต์มาส"



คำว่า คริสต์มาส

ภาษาอังกฤษเขียนว่า Christmas ดังนั้นอย่าลืม "ต์" อยู่ที่คำว่า คริสต์ (Christ) ไม่ใช่คำว่า "มาส" (Mas) Christmas มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า โดยพบคำนี้ครั้งแรกในเอกสารโบราณในปี ค.ศ.1038 ภายหลังแปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น
ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า
พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ ออกัสตัส แห่งโรมัน
ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส
เจ้าเมืองซีเรียก็ขานรับนโยบาย


อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า

พระ
เยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า
เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน
กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ โดยตั้งแต่ปีค.ศ.274
ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว ่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์
ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน
รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จ
ะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน
หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ ปีค.ศ.64-313
จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปีค.ศ.330
ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเป ิดเผย


สำหรับองค์ประกอบในงานฉลองวันคริสต์มาสมีความเป็นมาเ ช่นกัน เริ่มที่คำอวยพรว่า

Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง"
ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน
ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900)
ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย









วันคริสต์มาสคืออะไร?




วัน
คริสต์มาสคือ การฉลองวันประสูติของพระเยซู
ผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เป็นวันฉลองที่มีความสำคัญ
และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซู
มิใช่เป็นแต่เพียงมนุษย์ธรรมดาๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป
แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมีพระธรรมชาติเป็นพระเจ้า
และเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์พิเศษ
ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนด้วย
โดยพระองค์ได้ลงมาเพื่อเผยแพร่สัจจะธรรมให้กับมวลมนุ ษยชาติ




ชาวคริสต์จะทำอะไรกันบ้างในวันคริสต์มาส?



ส่วน
การเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์จะเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ต้ นเดือนธันวาคม
โดยที่ตามโบสถ์ ห้างสรรพสินค้า
และตามบ้านเรือนก็จะประดับประดาด้วยต้นไม้และหลอดไฟส
ีให้สวยงามเพื่อให้สมกับเทศกาลสำคัญทางศาสนา
แต่สำหรับพิธีกรรมนั้นจะมีเริ่มมีขึ้นในคืนวันที่ 24 ธันวาคม
หรือที่รู้จักกันว่า “คริสต์มาสอีฟ” โดยในวันนี้
ชาวคริสต์จำนวนมากจะเดินทางไปร่วมพิธีนมัสการ ตามโบสถ์คาทอลิค
ทำกันในเวลาเที่ยงคืน หรือที่ทางเยอรมนีเรียกว่า “ไวฮนาคท” (Weihnacht)
หรือมีความหมายเดียวกันกับคำว่า "White Christmas" ซึ่งถือว่าเป็น
“คืนอันศักดิ์สิทธิ์”




นอก
จากนี้ในคืนก่อนวันนี้จะมีงานแครอลลิง ซึ่งจะมีเด็กๆ ไปร้องเพลงตามบ้าน
ในคืนวันคริสต์มาส ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์
จะมารวมตัวกันที่โบสถ์เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การแสดง ร้องเพลง



และ
ในวันที่ 25 ธันวาคมก็จะมีการเฉลิมฉลองกันตามบ้านเรือน
และถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการเยี่ยมเยียนระหว่างญาติพ ี่น้อง
ส่วนในตอนกลางคืนทุกคนจะพร้อมหน้าเพื่อมาร่วมรับประท
านอาหารค่ำและอาหารมื้อสำคัญบนโต๊ะนั่นก็คือไก่งวง




ไก่
งวงเริ่มแพร่ไปสู่อังกฤษเมื่อวิลเลียม สทริกแลนด์
ซื้อไก่งวงหกตัวจากพ่อค้าชาวอินเดียนแดงในเม็กซิโก
และนำไปขายในเมืองบริสทอล ประเทศอังกฤษเมื่อค.ศ.1526
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่เจ็ดทรงโปรดเสวยไก่งวงฉลองเทศกา
ลและชาวอังกฤษก็ปฏิบัติตาม แต่ยังถือเป็นของหรูหราจนถึงทศวรรษ 1650




ส่วนในวันที่ 26 ธันวาคมจะเป็น “วันบ็อกซิงเดย์”
หรือวันเปิดกล่องของขวัญ
ซึ่งวันนี้ในอดีตจะเป็นเป็นวันที่ศิษยาภิบาลเคยเปิด "กล่องทาน" ในโบสถ์
และแจกเงินให้สมาชิกที่ยากจน ต่อมาชาวอังกฤษก็ให้ของขวัญแก่พวกคนใช้
และเจ้าหน้าที่ต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกเขาได้ทำงานและจัดการเฉลิมฉ
ลองในช่วงคริสต์มาส แต่ถ้าวันที่ 26 ธันวาคมตรงกับวันเสาร์หรือวันอาทิตย์
วันบ็อกซิ่งเดย์ก็จะเลื่อนไปเป็นวันจันทร์แทน








ทำไมต้องมีต้นคริสต์มาส?



เพื่อนๆ
คงจะเห็นแล้วว่าสัญลักษณ์ประจำวันคริสต์มาสที่สำคัญก
็คือต้นสนวันคริสต์มาส หรือต้นไม้ทรงสามเหลี่ยมที่จะมีตุ๊กตาและลูกแอปเปิ้ล
เล็กติดอยู่ ซึ่งต้นไม้นี้เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้ต้องห้ามที่อยู่
ในสวรรค์สมัยอาดัมกับอีฟที่ทั้งสองคนไปหยิบผลไม้มากิ น และทำบาป
ไม่เชื่อฟังพระเจ้า




ใน
ราวศตวรรษที่ 11 ชาวคริสต์มีการแสดงละครที่แสดงถึงความหมายของต้นคริส
ต์มาสโดยมีต้นไม้ต้นหนึ่งวางไว้ตรงกลางฉากซึ่งหมายถึ
งต้นไม้ในสวนสวรรค์ต้นนี้นั่นเอง
ต้นไม้ที่ใช้ในการแสดงก็มักจะเป็นต้นสนเนื่องจากเป็น
ต้นไม้ที่หาได้ง่ายในประเทศเหล่านั้นและมีการแสดงต่อ
เนื่องกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนถึงประมาณศตวรรษที่ 15
พระสังฆราชในหลายประเทศได้ห้ามไม่ให้มีการแสดง
เนื่องจากการแสดงตอนหลังๆนั้นกลายเป็นการเล่นเหมือนล ิเก ล้อชาวบ้าน
ผู้ปกครองบ้านเมืองและศาสนา
จากนั้นชาวบ้านก็เริ่มนำเอาต้นไม้มาประดับไว้ในบ้านใ
นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและมีการประดับตกแต่งให้สวยงามอ
ย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้




นอก
จากนั้น ชาวเยอรมันยังมีประเพณีอีกอย่างหนึ่งคือ
มีการจุดเทียนหลายเล่มเป็นรูปปิรามิด ไว้ตลอดคืนคริสต์มาส
โดยมีดาวของดาวิดที่ยอดปิรามิด ซึ่งประเพณีที่จะแขวนของขวัญและขนม
ก็ได้รวมกับประเพณีของชาวเยอรมันนี้ มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16
โดยเอาเทียนมาไว้ที่ต้นไม้ เป็นรูปทรงปิรามิด
นี่เป็นที่มาของประเพณีปัจจุบัน ที่มีการแขวนของขวัญ
และไฟกระพริบไว้ที่ต้นคริสต์มาส และมีดาวของดาวิดไว้ที่สุดยอด ประเพณีนี้
เป็นที่นิยมชมชอบของชาวตะวันตกอยู่มาก










คริสต์มาส กับ Xmas ต่างกันอย่างไร ?




คำ
ว่าคริสต์มาสนั้นมาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า
บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซา เป็นประเพณีสำคัญที่สุด
ที่ชาวคริสต์ถือปฏิบัติกันในวันคริสต์มาส คำว่า Christes Maesse
พบครั้งแรกในเอกสารโบราณ เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038
และคำนี้ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่าคริสต์มาส




ส่วน
คำว่า Xmas ก็มาจากอักษรตัวแรกของชื่อพระเยซูคริสต์ในภาษากรีก ที่มีชื่อว่า
“Xristos” โดยคำว่า Xmas เริ่มใช้ครั้งแรกในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 15
และคำอวยพรในวันนี้คือ Merry Christmas ซึ่งคำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ
แปลว่า สันติสุขและความสงบในจิตใจ




ลุงซานต้าเป็นใคร ?



ที่
จริงแล้ว ซานตาคลอส แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อซานตาคลอส
มาจากชื่อนักบุญนิโคลาส ซึ่งเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือ
เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้ เป็นสังฆราชของไมรา
(อยู่ในประเทศตุรกี ปัจจุบัน) มีชีวิตอยู่ราวศตวรรษที่ 4
มีฐานะร่ำรวยและใจบุญ



เมื่อ
ชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง อพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ยังรักษาประเพณีนี้ไว้
เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่ท่านได้เสียชีวิตลงนั้น ถือว่าเป็นวันสำคัญ
ของคนยุโรปบางประเทศ ซึ่งตรงกับวันที่ 6 ธันวาคม ซึ่งก่อนที่จะถึงวันที่ 6
ธันวาคม ของทุกๆ ปีเด็กๆ จะนำถุงเท้ามาห้อยไว้ และในตอนเช้า
พวกเขาจะรีบไปดูว่า นักบุญนิโคลลาสนั้น ให้อะไรแก่เขา ประเพณีนี้
จึงเริ่มเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายไปในอเมริกา




แต่
มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างคือ ชื่อนักบุญนิโคลาส ก็เปลี่ยนเป็นซานตาคลอส
และแทนที่จะเป็นสังฆราช ซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้น ก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วน
ใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นพาหนะ
มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ ในโอกาสคริสต์มาส
โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้น









ประวัติ ซานตาคลอส






ซานตาคลอส หรือ นักบุญนิโคลัส (ภาษาอังกฤษ: Santa Claus หรือ Saint Nicholas) แห่งเมืองไมรา



นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราช ของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4 ได้รับการยกย่องให้เป็นซานตาคลอสคนแรก ซานตาคลอส เป็นบุคคลที่สร้างขึ้นมาจากจินตนาการของชาวคริสต์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเซนต์นิโคลัส
เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงย
ากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ
บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว ้ข้างเตาผิงพอดี




นักบุญนิโคลาส
เป็นนักบุญ ที่ชาวฮอลแลนด์นับถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเด็กๆ
เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ
ก็ยังรักษาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม
ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะ มาเยี่ยม เด็กๆ และเอาของขวัญมาให้




เด็ก
อื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา
ก็อยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้างเพื่อรับของขวัญ
ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปในอเมร ิกา
โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลาสก็เปลี่ยน เป็นซานตาคลอส
และแทนที่จะเป็น สังฆราชซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้นก็กลายเป็น
ชายแก่ที่รูปร่างอ้วนและดูใจดี
เขามักใส่เสื้อโคทที่ทำจากขนสัตว์สีแดงสดมีคลิบสีขาว
ที่เอวคาดเข็มขัดหนังและรองเท้าบูทสีดำ ซานตอคลอสอาศัยอยู่ที่
ขั้วโลกเหนือ โดยมี เอลฟ์ ซึ่งเป็นมนุษย์ตัวเล็กที่ช่วยผลิตของเล่นให้เขานำไปแ จกเด็กที่เป็นเด็กดีในคืนวัน คริสต์มาส ซานตาคลอสมีพาหนะเป็นเลื่อนหิมะที่ลากโดยกวางเรนเดียร์ ซึ่งสามารถบินได้ ในกลางดึกวันคริสต์มาสซานตาคลอสจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ และจะแอบเข้าไปในบ้านที่มีเด็กดีทางปล่องไฟ เพื่อนำของขวัญไปใส่ในถุงเท้าที่แขวนรอไว้หน้าเตาผิง ให้เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติของเขา




credit teenee.com


_________________


By...นักวาดฝัน
ดูข้อมูลส่วนตัว http://hong-san-fun.forumotions.net

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ