ห้องสานฝัน
ห้องสานฝัน
ยินดีต้อนรับทุกๆคน
ทั้งสมาชิกเก่า สมาชิกใหม่ หรือผู้มาเยือนเป็นครั้งเเรก
เวบนี้เป็นเวบเกี่ยวกับการ์ตูน เกม ฯลฯ สามารถมาโพสต์ขอ
เรื่องต่างๆ ได้ ทั้งยังมี Chatbox ไว้พูดคุยกันในเวบอีกด้ย
เวบของเราไม่มีวันหยุดครับ
จะหาข่าวสารต่างมาอัพเดตทุกๆวัน

มาสมัครสมาชิกนะครับ
สมาชิกจะมีสิทธิพิเศษมากกว่าผู้มาเยือนดังนี้
-สามารถดาวน์โหลดโปรเเกรเเละเกมต่างๆในเวบนี้ได้
-สามารถโพสต์ขอโปรเเกรมหรืออะไรที่ต้องการได้
-จะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ
-สามารถขออะไรก็ได้กับ admin ถ้าไม่ยากเกินไป
มาสมัครสมาชิกกันนะครับ กดข้างล่างนี้

...ฝัน...

วง cover ของ admin ครับ ฝากไลค์เพจด้วยนะครับตามที่อยู่ข้างล่าง ฝากติดตามด้วยนะครับ


You are not connected. Please login or register

จับโกหก 2012 โดยสมาคมดาราศาสตร์ไทย

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Admin


Admin
Admin
จับโกหก 2012 โดยสมาคมดาราศาสตร์ไทย
ตอนนี้กระทู้โลกแตกกำลังปลิวว่อนเน็ตอยู่ มาทำอะไรที่มันสวนกระแสเขากันดีกว่า

1.ปฏิทินมายาทำนายว่า ปี 2012 เป็นวาระสุดท้ายของโลกจริงหรือ
ปฏิทินมายามีหลายแบบ แบบหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปี ค.ศ. 2012 คือแบบที่เรียกกันว่า ปฏิทินรอบยาว (long count) ระบุวันด้วยชุดของตัวเลข ตัวเลขชุดนี้แทนวันที่ได้ยาวนาน 5,126 ปี เทียบกับวันที่ตามระบบปฏิทินสากลตั้งแต่ วันที่ 11 สิงหาคม 3114 ปีก่อนคริสต์กาลไปจนสุดจำนวนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012
การสิ้นสุดของตัวเลขปฏิทินมายา หรือการครบจำนวนสูงสุดที่กำหนดไว้ในระบบนับวันระบบใด ระบบหนึ่ง จะแสดงถึงการสิ้นสุดของโลกเชียวหรือ
คอมพิวเตอร์สมัยก่อนก็มีระบบปฏิทินในตัวเครื่องที่แส ดงวันเดือนปีได้จนถึงสิ้น ค.ศ. 1999 อันเป็นที่รู้จักกันในนามของปัญหา Y2K แต่เมื่อสิ้นสุด ค.ศ. 1999 โลกก็ไม่ได้แตกระบบนับวันของคอมพิวเตอร์

ระบบบอกพิกัดจีพีเอส ก็มีระบบนับสัปดาห์เป็นของตัวเอง ซึ่งตัวเลขจะสุดจำนวนที่วันที่ 21 สิงหาคม 2542 ทำนองเดียวกับ Y2K ของคอมพิวเตอร์ แต่เมื่อสิ้นวันที่ 21 สิงหาคม 2542 โลกก็ไม่ได้แตกตามระบบจีพีเอส
ทำนองเดียวกัน โลกก็จะไม่แตกสลายเพราะว่าสุดตัวเลขปฏิทินมายา หลังวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 ปฏิทินมายาก็จะเริ่มนับรอบใหม่

แล้วก็อ่านนี่ อีกลิงค์
http://www.thaipost.net/x-cite/161009/12275

2.planet X คืออะไร และล้างโลกได้จริงหรือ
เมื่อครั้งที่นักดาราศาสตร์รู้จักดาวเคราะห์แปดดวง ยังไม่พบดาวพลูโต นักดาราศาสตร์พบว่าการโคจรของดาวเนปจูนมีความผิดปรกต ิเหมือนมีแรงรบกวนจากวัตถุขนาดใหญ่อีกดวงหนึ่งคอยดึง ดูดรบกวนอยู่ วัตถุนี้อาจเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่อีกดวงที่ยังมองไม ่เห็น จึงมีความพยายามค้นหาดาวเคราะห์ลึกลับนี้โดยตั้งชื่อ ไว้ล่วงหน้าว่า ดาวเคราะห์เอกซ์ (Planet X)
แม้เวลาต่อมาจะมีการค้นพบดาวพลูโต ปัญหานี้ก็ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากดาวพลูโตเล็กและเบาเกินกว่าจะมีผลต่อการโคจ รของดาวเนปจูน การค้นหาจึงดำเนินต่อไป
ต่อมา หลังจากที่มียานอวกาศไปสำรวจดาวยูเรนัสกับเนปจูนในระ ยะใกล้ จึงพบว่าความผิดปกติของวงโคจรดังที่เคยสำรวจจากโลกนั ้นเป็นเพียงความผิดพลาดจากการวัด ไม่ใช่ความผิดปรกติของวงโคจรแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามการค้นหาวัตถุใหม่นอกวงโคจรดาวเนปจูนก็ย ังมีอยู่ต่อไป และนักดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบวัตถุอีกหลายดวง แต่ทุกดวงล้วนเป็นวัตถุเล็กคล้ายดาวพลูโตมากกว่า

แต่ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีวงโคจรของตัวเอง มีรัศมีวงโคจรต่างกัน วงโคจรมีเสถียรภาพดี ไม่ใช่สิ่งที่จะมาชนกันได้ง่าย ๆ
ตามความรู้และข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์มีอยู่ เชื่อว่าหากมีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ในระบบสุริยะ จริง (ซึ่งจะได้ชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์เอกซ์) ดาวเคราะห์ดวงนี้ก็น่าจะอยู่พ้นวงโคจรของดาวเนปจูนออ กไปอีก แล้วดาวเคราะห์ที่มีวงโคจรใหญ่โตอยู่ไกลปืนเที่ยงขนา ดนั้นจะมาชนโลกได้อย่างไร
ดาวเคราะห์เอกซ์คือสิ่งที่นักดาราศาสตร์ถวิลหา และการค้นพบจะเป็นข่าวน่ายินดี หากวันหนึ่งคุณเห็นข่าวพาดหัวว่าค้นพบดาวเคราะห์เอกซ ์แล้ว ก็อย่าไปแตกตื่นให้อายใครเขา

3.ดาวนิบิรุ มีจริงหรือไม่
นิบิรุ เป็นชื่อเทพองค์หนึ่งของบาบิโลน ส่วน ดาวนิบิรุ เป็นดาวตามทฤษฎีของ เซชาเรีย ซิตชิน ซึ่งอ้างว่าถอดความมาจากจารึกของชาวสุเมเรียน ทฤษฎีนี้กล่าวว่าดาวนิบิรุเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที ่มีอารยธรรมอาศัยอยู่และเคยมาเยือนโลกเมื่อนานมาแล้ว
แม้เรื่องดาวนิบิรุจะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบ เรื่องลึกลับ เรื่องจานบิน เรื่องมนุษย์ต่างดาว แต่เนื่องจากทฤษฎีนี้มีหลักฐานอ่อนมาก และตั้งอยู่บนจินตนาการมากกว่าเหตุผล เรื่องนี้จึงไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้างในวงการวิทย าศาสตร์รวมถึงนักวิชาการด้านสุเมเรียนด้วย

4.พายุสุริยะคืออะไร และมีผลร้ายแรงต่อโลกหรือไม่
พายุสุริยะคือกระแสของอนุภาคพลังงานสูงที่พัดมาจากดว งอาทิตย์ด้วยปริมาณและความเร็วสูงกว่าระดับปกติ อนุภาคนี้มีทั้งอิเล็กตรอนและโปรตอน เป็นตัวการทำให้เกิดแสงเหนือใต้ และพายุแม่เหล็ก ซึ่งในกรณีที่รุนแรงก็อาจส่งผลต่อดาวเทียม ยานอวกาศ และระบบสายส่งบนโลก
ปกติพายุสุริยะจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อโลกและสิ่งมีชีวิต บนโลก เนื่องจากโลกมีบรรยากาศและสนามแม่เหล็กคุ้มกัน มีเพียงนักบินอวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในอวกาศเท่า นั้นที่อาจได้รับอันตราย ทั้งจากพายุสุริยะและรังสีจากดวงอาทิตย์
ในอดีต พายุสุริยะเคยสำแดงฤทธิ์เดชให้เห็นแล้วหลายครั้ง เช่น ใน ค.ศ. 1859 พายุสุริยะทำให้สายโทรเลขลัดวงจรจนทำให้เกิดเพลิงไหม ้หลายแห่งในยุโรปและอเมริกา ส่วนใน พ.ศ. 2532 พายุสุริยะก็เคยทำให้หม้อแปลงของไฟฟ้าระเบิดจนทำให้ไ ฟดับทั่วทั้งจังหวัดควิเบกของแคนาดามาแล้ว นอกจากนี้ดาวเทียมและยานอวกาศที่อยู่ในอวกาศก็อาจเสี ยหายจากพายุสุริยะได้ ในอดีตเคยมีดาวเทียมหลายดวงเสียหายจากเหตุการณ์นี้มา แล้ว เนื่องจากปัจจุบันชีวิตประจำวันของผู้คนต้องพึ่งพาเท คโนโลยีอวกาศมาก ทั้งโทรศัพท์ โทรทัศน์ การกระจายเสียงวิทยุ ระบบบอกพิกัด ฯลฯ ดังนั้นหากมีพายุสุริยะมาทำให้ดาวเทียมเหล่านี้เสียห ายไป ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแน่นอ น

5.ปี 2012 จะเกิดพายุสุริยะจริงหรือเปล่า
จริง
พายุสุริยะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา มีความชุกผันแปรขึ้นลงเป็นคาบ คาบละประมาณ 11 ปี คาบที่ชัดเจนนี้ทำให้นักดาราศาสตร์พยากรณ์ได้ว่าช่วง สูงสุดหรือต่ำสุดของวัฏจักรสุริยะจะเกิดขึ้นเมื่อใด ช่วงสูงสุดของวัฏจักรที่จะเกิดในครั้งถัดไปคาดว่าจะอ ยู่ในช่วงกลาง ค.ศ. 2013
ช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะกินเวลายาวนานข้ามปี ดังนั้นแม้ช่วงสูงสุดจะอยู่ใน ค.ศ. 2013 แต่พายุสุริยะก็เริ่มจะกระหน่ำโลกตั้งแต่ก่อน ค.ศ. 2012 แล้ว
แม้ช่วงปี 2013 จะอยู่ในช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะ แต่พายุสุริยะที่จะเกิดขึ้น ก็ไม่ได้รุนแรงมากไปกว่าที่เคยเกิดขึ้นในรอบก่อน ซึ่งเกิดในราวปี ค.ศ. 2000, 1989, และก่อนหน้านั้น ความจริงมีแนวโน้มว่าช่วงสูงสุดของวัฏจักรที่จะมาถึง ในปี 2013 จะอ่อนกำลังกว่าวัฏจักรก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ำ

6.ในเดือนธันวาคม ปี 2012 ดวงอาทิตย์จะเรียงตัวตรงกับศูนย์กลางกาแลคซี่ทางช้าง เผือกจริงหรือ และจะส่งผลอย่างไรต่อโลก
จริง จะเรียกให้ถูกต้องกว่าก็คือ โลกได้โคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับศูนย์กลางทางช้า งเผือก ทำให้เกิดการเรียงกันเป็นเส้นตรงระหว่าง ศูนย์กลางทางช้างเผือก ดวงอาทิตย์ และโลก

แต่การเรียงตำแหน่งเช่นนี้ ไม่มีผลใดต่อโลกเลยแม้แต่นิดเดียว แม้ที่ใจกลางดาราจักรทางช้างเผือกมีหลุมดำขนาดยักษ์อ ยู่จริง แต่ที่ระยะทางจากโลกถึงใจกลางทางช้างเผือก ซึ่งอยู่ที่ราว 30,000 ปีแสงนี้ แทบไม่มีความแตกต่างอะไรระหว่างการมีหลุมดำกับไม่มีห ลุมดำ นอกจากนี้ การเรียงตัวเช่นนี้เกิดขึ้นทุกปีอยู่แล้ว ไม่ได้เกิดเฉพาะใน ค.ศ. 2012 หากเดือนธันวาคมปีก่อน ๆ หลุมดำกลางทางช้างเผือกไม่ทำให้เกิดเหตุร้ายอะไรต่อโ ลก เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 ก็จะไม่เกิดเหตุอะไรเช่นกัน

7.ปี 2012 จะเกิดซุปเปอร์แฟลร์ ที่ถึงขั้นทำลายสิ่งมีชีวิตบนโลกได้จริงหรือ
ไม่จริง
ซูเปอร์แฟลร์ เป็นปรากฏการณ์คล้ายกับแฟลร์ (การลุกจ้า) บนดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดพายุสุริยะ แต่ซูเปอร์แฟลร์มีระดับความรุนแรงมากกว่าแฟลร์ปกติหล ายเท่า นักดาราศาสตร์พบการเกิดซูเปอร์แฟลร์มาแล้วในดาวฤกษ์ด วงอื่น ความรุนแรงของซูเปอร์แฟลร์ที่พบนั้น หากเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์จะรุนแรงถึงขั้นทำลายบรรยากา ศของโลก ทำลายระบบนิเวศบนโลกจนถึงขั้นเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใ หญ่ทีเดียว
แต่ไม่มีหลักฐานว่าเคยเกิดซูเปอร์แฟลร์ขึ้นบนดวงอาทิ ตย์หรือในระบบสุริยะของเรามาก่อน และนักดาราศาสตร์ก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เพราะซูเปอร์แฟลร์จะเกิดในระบบที่มีวัตถุสนาม แม่เหล็กเข้มข้นอยู่ใกล้กัน เช่นมีดาวเคราะห์ยักษ์แบบดาวพฤหัสบดีหรือใหญ่กว่าโคจ รอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ แต่ระบบสุริยะของเราไม่มีลักษณะเช่นนั้น แม้ดาวพฤหัสบดีจะมีสนามแม่เหล็กเข้มข้น แต่ก็อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มาก ส่วนดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ก็มีสนามแม่เหล็ กอ่อนเกินกว่าจะทำให้เกิดซูเปอร์แฟลร์ได้


8.นิวทรีโน่ จะพุ่งชนโลกจนทำให้ภูเขาไฟทั่วโลกระเบิดจริงหรือ
นิวทริโน เป็นอนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่ง มีสมบัติพื้นฐานคือ มีมวลต่ำมาก ไม่มีประจุไฟฟ้า เคลื่อนที่เร็วเกือบเท่าแสง และทำอันตรกิริยาต่อสิ่งอื่นน้อยมาก
นิวทริโนมีอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดขึ้นจากกระบวนการบางอย่าง รวมถึงปฏิกิริยาในดวงอาทิตย์ด้วย จึงเป็นความจริงที่โลกได้รับกระแสนิวทริโนจากดวงอาทิ ตย์และจากแหล่งอื่น แต่นิวทริโนเป็นอนุภาคที่เกือบไม่ทำอันตรกิริยากับสิ ่งใดเลย มันไม่ทำให้ร่างกายเราเจ็บป่วย ไม่ทำให้ลมฟ้าอากาศเปลี่ยน ไม่ทำให้โลกร้อนขึ้น มันไม่ส่งผลใด ๆ ต่อโลกทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ว่านิวทริโนจะพุ่งใส่โลกมากหรือน้อยจึงไม่ มีอะไรให้กังวล ความจริงนิวทริโนไม่ได้พุ่งชนโลก แต่มันพุ่งทะลุโลกออกไปเลย

9.วันที่ 21/12/2012 จะเกิดปรากฎการณ์ดาวเรียงตัวกันจริงหรือ
ไม่จริง วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2555 (ค.ศ. 2012) ดาวเคราะห์แต่ละดวงอยู่กันคนละทิศคนละทาง ไม่ได้เรียงกันเป็นเส้นตรง และไม่ได้ใกล้เคียงด้วย
เรื่องที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะไม่มีวันเรียงเป็นแนวเดียวกัน ความเป็นไปได้อย่างมากก็แค่ใกล้เคียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้จะสมมุติว่ามีวันที่ดาวเคราะห์ทั้งหม ดมาเรียงกันเป็นแนวเดียวกันจริง ก็ไม่ต้องห่วงว่าแรงดึงดูดของดาวเคราะห์แต่ละดวงจะส่ งผลร้ายแรงใด ๆ ต่อโลก เนื่องจากระยะทางระหว่างดาวเคราะห์แต่ละดวงอยู่ห่างก ันมากจนแรงดึงดูดที่กระทำต่อโลกเกือบเป็นศูนย์

10.สนามแม่เหล็กโลกสลับขั้วได้จริงหรือ และจะมีผลเสียอย่างไร
มนุษย์ยุคปัจจุบันยังไม่เคยมีใครเห็นโลกสลับขั้วแม่เ หล็ก แต่หลักฐานทางธรณีวิทยาบ่งชี้ว่าการสลับขั้วแม่เหล็ก เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ของโลก
เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกมีบทบาทสำคัญในการเป็นเกราะ คุ้มกันรังสีอันตรายจากห้วงอวกาศ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า หากเกิดความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก เช่นสนามแม่เหล็กหายไป ก็ย่อมส่งผลต่อสรรพชีวิตบนพื้นโลกอย่างแน่นอน
แต่ผลกระทบที่ว่านี้จะรุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บล้มตายหรื อเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หรือไม่? ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น
จากการเทียบบันทึกการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอดีตซึ่งเ กิดมาแล้วหลายครั้ง เราไม่พบว่ามีความสอดคล้องกับเวลาที่เกิดการสูญพันธุ ์ครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นบนโลก นี่น่าจะพอเบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า หากโลกสลับขั้วแม่เหล็กในช่วงนี้ ก็คงไม่ถึงขั้นคอขาดบาดตาย
งานวิจัยด้านสนามแม่เหล็กโลกเมื่อไม่นานมานี้เผยว่าส นามแม่เหล็กโลกซับซ้อนกว่าที่คิด โลกมิใช่มีเพียงแม่เหล็กแท่งใหญ่แท่งเดียว แต่ยังมีแม่เหล็กขนาดย่อมกระจายอยู่หลายส่วนทั่วโลก ช่วงที่มีการสลับขั้วแม่เหล็ก แม่เหล็กตัวใหญ่จะอ่อนกำลังลงไปมากจนเผยให้เห็นอิทธิ พลของแม่เหล็กตัวย่อย ในช่วงเวลาดังกล่าวโลกจะมีขั้วแม่เหล็กเหนือใต้หลายแ ห่งบนโลก สนามแม่เหล็กโลกจะซับซ้อนยุ่งเหยิงมาก แน่นอนว่าช่วงนี้เราอาจใช้เข็มทิศไม่ได้ สัตว์บางชนิดที่ต้องพึ่งพาสนามแม่เหล็กโลกก็อาจประสบ ความยากลำบาก แต่เราก็ยังคงปลอดภัยจากสนามแม่เหล็กย่อยที่ยังคงมีอ ยู่ นอกจากนี้บรรยากาศที่หนาแน่นของโลกก็ยังคงทำหน้าที่เ ป็นเกราะกำบังรังสีให้สิ่งมีชีวิตได้อยู่ ความจริงบรรยากาศโลกเป็นเกราะกันรังสีที่มีประสิทธิภ าพมากกว่าสนามแม่เหล็กโลกเสียด้วยซ้ำ
ครั้งล่าสุดที่โลกสลับขั้วแม่เหล็กเกิดขึ้นเมื่อราว 780,000 ก่อน
การพยากรณ์ว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อไหร่ หมายความนักวิทยาศาสตร์จะต้องเข้าใจกลไกการสลับขั้วแ ม่เหล็กดีพอสมควร หรือการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอดีตมีรูปแบบการเปลี่ยน แปลงที่คาดการณ์ได้ เช่นมีคาบแน่นอน หรือเกิดขึ้นในเวลาที่สอดคล้องกับเหตุการณ์อื่น แต่ปัจจุบันยังขาดทั้งสองอย่าง นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสนามแม่เหล็กโลกเก ิดจากอะไร ไม่ทราบว่าสลับขั้วได้อย่างไร นอกจากนี้บันทึกการสลับขั้วในอดีตก็ไม่มีรูปแบบเด่นช ัดพอจะคาดการณ์ได้ ไม่มีคาบที่แน่นอน บางช่วงสนามแม่เหล็กโลกอาจคงทิศอยู่นานถึงหลายสิบล้า นปี บางครั้งอาจคงทิศได้เพียงไม่กี่ร้อยปี ความผันแปรอย่างมหาศาลนี้ทำให้แทบระบุไม่ได้เลยว่า โลกจะถึงกาลสลับขั้วแม่เหล็กอีกครั้งเมื่อใด
ดังนั้น ความคิดที่ว่าการสลับขั้วทำให้โลกแตกนั้น ถือเป็นอันตกไป

11.ปัจจุบันแกนโลกเอียง?
ไม่จริง ปัจจุบันแกนโลกยังคงเอียง 23.44 องศา
อย่างไรก็ตาม แกนหมุนของโลกมีการเปลี่ยนแปลงเสมอในช่วงแคบ ๆ 22.1-24.5 องศาโดยมีคาบประมาณ 42,000 ปี ดังนั้นถ้าจะมองให้ละเอียด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงจริง แต่เปลี่ยนแปลงช้ามาก และยิ่งกว่านั้น การเปลี่ยนแปลงของมุมเอียงขณะนี้อยู่ในช่วงขาลง นั่นคือ แกนโลกกำลังเอียงน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น

ฉลองครับ โลกไม่แตกแล้ว
ข้อมูลจาก - http://thaiastro.nectec.or.th/librar...q_doomsday.php
http://www.thaipost.net/x-cite/161009/12275


_________________


By...นักวาดฝัน
ดูข้อมูลส่วนตัว http://hong-san-fun.forumotions.net

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน  ข้อความ [หน้า 1 จาก 1]

Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ